สำหรับฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือว่า  เอเอฟเอฟ ซูซูกิ  คัพ  รอบแรก ของกลุ่ม  A  จะมีเจ้าภาพอินโดนีเซีย  ชาติลาว  ชาติมาเลเซีย  และชาติไทย  ส่วนในกลุ่ม  B   ก็จะมี  เจ้าภาพเวียดนาม  ชาติพม่า  ชาติฟิลิปปินส์  และชาติสิงคโปร์   ในนัดแรกของกลุ่ม  เอ  ทีมชาติไทยเจอกับทีมชาติลาว  ผลปรากฏว่าเสมอกัน  1  ประตูต่อ  1  อีกคู่ทีมชาติมาเลเซียเจอกับชาติเจ้าภาพอินโดนีเซีย  ผลปรากฏว่า อินโดนีเซียเอาชนะมาเลเซียถึง  5  ประตูต่อ  1  อินโดนีเซียมีคะแนนนำในกลุ่มนี้  ส่วนในกลุ่ม  บี  ชาติเจ้าภาพเวียดนามเอาชนะทีมชาติพม่าแบบถล่มทลายถึง  7  ประตูต่อ  1  ส่วนทีมชาติสิงคโปร์ก็เสมอกับทีมชาติฟิลิปปินส์  1  ประตูต่อ  1  และมาในนัดที่  2  ทีมชาติไทย  เจอกับ ทีมชาติมาเลเซีย  ซึ่งในนัดนี้ทีมไทยเราหวังว่าจะต้องชนะให้ได้  เพื่อในนัดสุดท้ายที่เจอกับชาติเจ้าภาพอินโดนีเซีย  จะได้ไม่รู้สึกว่ากดดันอะไรมากมาย  เพราะว่าเล่นในบ้านของเจ้าภาพอินโดนีเซีย  ซึ่งก็จะได้เปรียบในเรื่องของกองเชียร์  แต่ก็ต้องมาติดตามดูว่าทีมชาติไทยจะสามารถเอาชนะทีมชาติมาเลเซียที่แพ้อินโดนีเซียในนัดที่แล้วได้หรือเปล่า

สำหรับในนัดที่  2  เตะกันในวันเสาร์ที่  4  ธันวาคม  เวลา  17.00  นาฬิกาตามเวลาในบ้านเรา  ต้องบอกชาHoliday Palace ว่าที่อินโดนีเซียฝนเพิ่งจะตกไป  ก็เลยทำให้สนามเฉอะแชะเละเทะกันหน่อย  อีกทั้งสนามก็ยังขรุขระไม่เรียบเพราะเล่นกันอยู่สนามเดียว  ในครึ่งแรกนั้นทีมชาติไทยเป็นฝ่ายคุมเกมได้ทั้งหมด  มีโอกาสทำประตูได้หลายครั้ง  อย่างในนาทีที่  17  ธีรศิลป์  แดงดาเตะในจังหวะแรกไม่ดี  เข้าซ้ำในจังหวะที่  2  ที่พลาดบอลออกข้างประตูไป  ซึ่งนี้น่าเป็นอีกประตูหนึ่งที่ทีมชาติไทยมีโอกาสทำประตูได้  เพราะว่าในครึ่งแรกนั้นทีมชาติมาเลเซีย  มาเพื่อตั้งรับอย่างเดียว  ไม่บุกเลย  กองหน้าของมาเลเซียไม่มีส่วนร่วมเลยก็ว่าได้  หรือถ้าจะบุกก็เมื่อได้จากการตัดบอลได้ลูกจากทีมไทยแล้วสวนกลับด้วยจังหวะเร็ว  แต่ก็น้อยครั้งมาก  แต่การตั้งรับของมาเลเซียก็เป็นปัญหาของทีมไทยไม่ใช่น้อย  เพราะว่าเจาะทีมมาเลเซียนั้นได้ยากมาก  ตั้งรับเหนี่ยวแน่น  ทีมไทยมีโอกาสลุ้นหลายครั้ง  แต่ก็ได้แค่ลุ้นเท่านั้น  ไม่สามารถทำประตูได้จริง ๆ  ในครึ่งแรกนั้นก็ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น  ก็เสมอกัน  0  ประตูต่อ  0  เริ่มเกมในครึ่งหลัง  ทีมชาติไทยก็ยังคงมีโอกาสคุมเกมได้มากกว่ามาเลเซีย  แต่ในครึ่งหลังมาเลเซียก็เริ่มบุกมากขึ้น  ทีมชาติมาเลเซียเกือบจะได้ประตู  ในนาทีที่  69  จากตันละฮ่า  เปิดบอลมาหน้าประตูแต่ไม่มีเพื่อนอยู่ตรงนั้นก็เลยพลาดไปอย่างหน้าเสียดาย  เพราะโล่ง ๆ  แต่ในนาทีที่  82  ทีมชาติไทยมีโอกาสที่จะได้ลูกโทษมากที่สุด  เพราะว่าสุเชาว์  พาบอลไปหน้าเขตโทษแล้วแต่โดนผู้เล่นของชาติมาเลเซียนั้นเสียบเข้าไปเต็ม ๆ  ที่คุณรู้ไหมว่ากรรมการตัดสินนั้นให้ใบเหลืองสุเชาว์ทีมไทย  มันแค้นสุด  ๆ  ทั้งที่เห็นกันชัด ๆ  โทรทัศน์เขาก็รีเพลย์ให้ดูอีกรอบ   ว่ามาเลเซียนั้นแหละที่ผิดจะต้องได้ใบเหลืองหรือว่าต้องเสียลูกจุดโทษ  แต่นี้ทีมไทยไม่ได้อะไรเลย  ไม่ได้ฟาลว์  ไม่ได้ลูกจุดโทษ  แถมยังโดนใบเหลืองเฉยเลย  เซ็งจริง  ๆ  ไม่รู้ว่ากรรมการตัดสินคนนี้มาจากฟีฟ่าจริงหรือเปล่า  หรือว่าเอากรรมการโนเนมจากไหนมาก็ไม่รู้  แถมลำเอียงเข้าข้างชาติมาเลเซียสุด ๆ  หมดเวลาการแข่งขันทีมชาติไทยก็เสมอกับทีมชาติมาเลเซียไป  0  ประตูต่อ  0  เก็บไปทีมละ  1  คะแนน                  สำหรับทีมชาติไทยในนัดนี้  ถือว่าฟอร์มการเล่นนั้นเล่นได้ดีกว่าในนัดแรกที่เจอกับลาว  ถึงแม้ว่าบางครั้งลูกทำประตูยังไม่ค่อยจะเด็ดขาดเท่าไหร่  แต่ก็ถือว่าเล่นได้ดี  ส่วนในนัดสุดท้าย  ทีมชาติไทยจะเจอกับทีมชาติอินโดนีเซีย  ในวันอังคารที่  7  ธันวาคมนี้  ในเวลา  19.30  นาฬิกา  ยังไงก็อย่าลืมติดตามดูและส่งแรงเชียร์แรงใจให้ทีมชาติไทยด้วยนะ